ตอนย่อย

ตอนที่ 1 ทางออก (1/3)

ทางออก (1/3)

“อะไรนะคะ ที่นี่ห้ามปลูกผัก แล้วสวนหน้าบ้านนี่มีไว้ทำไมคะ” เสียงอุทานดังจากหน้าบ้านเช่าในซอยอันเงียบสงบชานเมืองกรุงเทพ

“สวนหน้าบ้านก็มีไว้เพื่อให้ผู้เช่าได้ใช้เป็นที่หย่อนใจไงจ๊ะ พวกนั่งเล่นนอนเล่น อาบแดด อ่านหนังสือ ปิกนิก พวกนั้นน่ะ”

“แล้วปลูกผักไม่ได้เหรอคะ หนูเลือกเช่าที่นี่ก็เพราะว่าอยากปลูกผักนะคะ”

“ไม่ได้จ้ะ ในสัญญาก็มีระบุเอาไว้ชัดเจนแล้วนะว่าสวนหน้าบ้านน่ะ ผู้ให้เช่าจะจัดการให้ปุ๋ยให้น้ำดูแลให้สนามหญ้างามอยู่เสมอ แต่ห้ามไม่ให้ผู้เช่ากระทำการใดนอกเหนือไปจากใช้งานเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจจากที่กำหนดไว้ ถ้าต้องการทำอะไรเพิ่มก็ให้ติดต่อขอหนังสืออนุญาตจากผู้ให้เช่า หมายถึงเจ๊ และเจ๊ไม่อนุญาตให้ปลูกผักนะจ๊ะ”

เจ้าของบ้านเช่าพลิกหน้าสัญญาเช่าบ้านหลายแผ่นแล้วส่งหน้าที่ระบุเงื่อนไขการเช่าเอาไว้ให้ผู้เช่าดู หญิงสาววัยยี่สิบสี่ปีมองดูตัวหนังสือบนสัญญาเช่าแล้วเหงื่อตกเพราะสัญญาเขียนไว้ชัดเจนมาก เธอไม่น่าวางใจปล่อยให้เพื่อนเป็นคนจัดการเรื่องนี้ให้เลย ตอนที่เซ็นสัญญาและโอนเงินให้ เจ๊ทุเรียน เธอก็ไม่ได้อ่านสัญญาซ้ำเพราะว่าวางใจเพื่อนมาก ตัวสัญญาก็มีการระบุเอาไว้อย่างชัดเจนเสียด้วยว่าจะไม่คืนเงินมัดจำถ้าหากมีการยกเลิกสัญญาก่อนกำหนด เงินจำนวนไม่น้อยสำหรับบ้านในตัวเมืองเช่นนี้

“ว่าไงจ๊ะหนู น้อยหน่า เจ๊ไม่คืนเงินประกันนะบอกไว้ก่อน” หญิงม่ายเจ้าของกิจการบ้านเช่ายิ้มกว้าง ถ้าลูกบ้านคนใหม่ตัดสินใจยกเลิกสัญญาเธอก็จะได้เงินมัดจำล่วงหน้าสามเดือนราคาสามหมื่นหกพันบาทมาใช้ฟรี ๆ แถมยังมีบ้านเอาไว้ให้คนอื่นเช่าอีกด้วย

น้อยหน่าซึ่งเพิ่งจะได้งานใหม่เป็นหัวหน้าฝ่ายจัดเลี้ยงในโรงแรมใหญ่เห็นสีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่องของเจ๊ทุเรียนแล้วเกิดอาการหมั่นไส้จนต้องหรี่ตาทำแก้มป่อง

“ไม่ล่ะค่ะ หนูจะอยู่ให้ครบหนึ่งปี ถ้าอยู่ครบหนึ่งปีแล้วหนูไม่ต่อสัญญาหนูก็จะได้เงินมัดจำคืนเต็มจำนวนใช่มั้ยคะ” น้อยหน่าพลิกหาจุดที่เธออ้างถึงในสัญญาแล้วส่งให้เจ๊ทุเรียนดู เจ๊ทุเรียนผู้เขียนสัญญาขึ้นมาด้วยตัวเองรับสัญญามาโดยไม่ได้มองเลยด้วยซ้ำ

“ได้สิจ้ะ ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เจ๊เตรียมทุกอย่างไว้ให้เรียบร้อยแล้วนะจ๊ะ มิเตอร์ค่าน้ำค่าไฟจ่ายให้ไฟฟ้ากับประปาโดยตรง อินเทอร์เน็ตป้าก็เตรียมไว้ให้แล้ว แต่หนูต้องไปแจ้งที่ศูนย์อินเทอร์เน็ตแล้วก็ทำสัญญาให้เรียบร้อยเองนะจ๊ะ สัญญาหนึ่งปีเหมือนสัญญาเช่า แล้วก็นี่ กุญแจประตูรั้วหน้าบ้านกับกุญแจประตูบ้าน เจ๊มีอีกชุดที่ต้องสำรองไว้ตามกฎหมายเผื่อว่าจะมีปัญหาให้ต้องเปิดเข้าบ้าน ถ้าหนูอยากได้ห้องที่ล็อคเองแยกต่างหากหนูก็ซื้อกุญแจมาเองนะ ประตูห้องทุกห้องมีห่วงให้คล้องกุญแจอยู่แล้ว”

น้อยหน่าถอนหายใจและรับลูกกุญแจมา ทุกอย่างนั้นดีไปหมด บ้านเช่าชานเมืองชั้นเดียวราคาหนึ่งหมื่นสองพันบาท ห่างจากที่ทำงานไม่ถึงยี่สิบนาที ห่างจากตลาดและห้างเพียงสิบนาที เธอเห็นราคาแล้วยังแปลกใจว่าทำไมถึงคิดค่าเช่าเพียงหมื่นสองพันบาท

“ถ้าไม่มีอะไรแล้วเจ๊ไปก่อนนะจ๊ะ” เจ้าของบ้านร่างท้วมไว้ผมหยิกฟูโบกมือให้แล้วเก็บสัญญาส่วนของตนใส่กระเป๋าเดินออกจากบ้านไป

“โทรหาผักบุ้ง” น้อยหน่าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาสั่งด้วยเสียง โทรศัพท์ที่บางเฉียบส่งเสียงตอบรับแล้วทำการต่อสายหาเพื่อนสนิทที่รับหน้าที่หาบ้านเช่าให้เธอในทันที

“ว่าไงจ๊ะเพื่อนรัก” เสียงเพื่อนสาวดังขึ้นหลังการต่อสายไม่กี่วินาที

“ยายบุ้ง นี่เธอหาบ้านเช่ามาให้ชั้นแบบไหน ที่นี่ไม่ให้ปลูกผักนะ ชั้นเน้นไปตั้งกี่ครั้งแล้วว่าให้หาบ้านที่ปลูกผักได้” น้อยหน่าโวยเพื่อนในทันที

“เฮ้ย พูดอะไรของแก ก็ในโฆษณามันบอกว่าปลูกผักทำสวนได้นี่หว่า เดี๋ยวชั้นส่งลิงก์เว็บไปให้ดู” น้ำเสียงตกใจและตื่นตระหนกของเพื่อนทำให้น้อยหน่าต้องลดความหงุดหงิดลง เธอคิดว่าคงต้องมีข้อผิดพลาดอะไรบางอย่างเกิดขึ้น

ลิงก์หน้าเว็บโฆษณาบ้านเช่าถูกส่งมาให้เธอผ่านแอพแชท น้อยหน่าเปิดอ่านบทความโฆษณาในเว็บประกาศบ้านเช่าอย่างละเอียดแล้วโวยใส่เพื่อนอีกครั้งเมื่อพบว่าปัญหาเกิดขึ้นจากที่ใด

“ไอ้บ้า โฆษณานี่มันของเก่าตั้งสองปีกว่าแล้ว”

“สองปี ? เดี๋ยวนะ ... เออ จริงด้วย เวรกรรม ... แล้วก่อนจะเซ็นแกไม่ได้อ่านสัญญาเรอะ” ผักบุ้งถามย้อน

“แกอย่ามาโทษชั้นนะ ชั้นก็นึกว่าแกตรวจสอบเรียบร้อยแล้วถึงไม่ได้อ่านไง อาหารเหลาที่ชั้นเลี้ยงวันนั้นน่ะ คายออกมาเลยนะ” น้อยหน่าที่รบกวนเพื่อนช่วยหาที่พักดี ๆ ให้ลงทุนเลี้ยงอาหารเพื่อนในภัตาคารอันหรูหรา เมื่อเลี้ยงแล้วไม่ได้อย่างที่หวังก็ต้องมีทวงคืนกันบ้าง

“ย่อยเป็นอึไปหมดแล้ว จะให้ตักจากถังส้วมมาคืนรึไง ... ขอโทษจริง ๆ ว่ะ ชั้นพลาดเอง” น้ำเสียงสำนึกผิดของเพื่อนทำให้น้อยหน่าหมดแรงจะโกรธ

เธอและผักบุ้งคบกันมานานตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลาย เพื่อนของเธอซึ่งจบวารสารศาสตร์อิเล็กทรอนิกส์ได้งานเป็นนักเขียนบทความในเว็บข่าวสารชื่อดัง ส่วนเธอซึ่งจบการบริหารจัดการโรงแรมได้งานเป็นผู้จัดการฝ่ายจัดเลี้ยง แม้จะไม่ได้ทำงานด้วยกันแต่ก็ไปมาหาสู่เที่ยวกินด้วยกันอยู่ตลอด

“ช่างมันเถอะ ทนอยู่ไปปีนึงแล้วค่อยหาที่ใหม่เอาก็ได้” น้อยหน่าถอนหายใจ

“... เอางี้ดีมั้ย ตอนที่หาข้อมูลบ้านชั้นจำได้ว่าแถวนั้นมีร้านเกม VR แกไปปลูกผักในเกมไปพลาง ๆ รอครบสัญญาเป็นไง มันคงเทียบของจริงไม่ได้แต่ก็น่าจะพอแก้ขัดได้นะ” ผักบุ้งพยายามหาทางช่วยเหลือเพื่อน

“ปลูกผักในเกมอ่ะนะ ไม่เอาด้วยหรอก มันจะไปเหมือนของจริงได้ยังไง กินไม่ได้ด้วย” น้อยหน่าใช้เวลาไปกับการเรียนอย่างหนักเธอจึงไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องเกมสักเท่าไร

“ชั้นรู้ว่ามันกินไม่ได้ แต่อย่างน้อยแกก็จะได้ปลูกผักอย่างที่แกชอบไง เทคโนโลยี VR เดี๋ยวนี้พัฒนาไปไกลมากนะ ชั้นทำงานเขียนบทความเกมพวกนี้เลยต้องเล่นเกมพวกนี้บ่อย ๆ มันเหมือนจริงจนแทบแยกไม่ออกเลยนะ ชั้นมีคูปองส่วนลดค่าใช้งานรายเดือนที่บริษัทเกมส่งมาเป็นของขวัญที่ที่ทำงาน ชั้นจะส่งโค้ดไปทางอีเมลล์ แกใช้โค้ดนี่สมัครเอานะ ถ้าเล่นเกมที่มีในคูปองนี่ไม่ต้องเสียค่าเครื่องเกมด้วย”

“หมายถึงว่าชั้นไม่ต้องจ่ายอะไรใช่มั้ย” น้อยหน่าเห็นว่าไม่มีทางเลือกอื่น

“เดี๋ยวนะ ขออ่านรายละเอียดให้แน่ใจก่อน ... แกเล่นเกมนี้ได้วันละสี่ชั่วโมง ถ้าเลยสี่ชั่วโมงแกต้องจ่ายค่าเช่าเอง ... แกไม่เคยเล่นเกมในร้านเกมสินะ ปกติร้านเกมพวกนี้จะมีบริษัทเกมเป็นสปอนเซอร์อยู่แล้ว พวกเครื่องเกม VR ก็เป็นของบริษัทเกม ร้านเกมจะได้เงินส่วนแบ่งจากบริษัทเกมแล้วก็พวกขนมกับน้ำอัดลม”

“ชั้นไม่มีเวลาว่างเล่นเกมวันละสี่ชั่วโมงหรอกน่า แค่นี้ก็พอแล้ว”

“ชั้นส่งโค้ดไปให้แล้วนะ แกไปที่ร้านเกมแล้วสมัครใช้งานที่ร้านได้เลย ในร้านจะมีพนักงานคอยจัดการให้อยู่แล้ว ว่าแต่ของใช้แกส่งไปถึงบ้านใหม่รึยัง”

“ของที่เหลือจะมาส่งพรุ่งนี้ วันนี้ชั้นขนมาแต่ของสำคัญแล้วก็เสื้อผ้าไม่กี่ตัว วันนี้ชั้นยังไม่เล่นหรอก รอเก็บของเข้าบ้านก่อน” น้อยหน่ามองดูกระเป๋าเดินทางใบใหญ่และกระเป๋าเอกสารข้างตัว

“อืม งั้นแค่นี้นะ โชคดี ทำความรู้จักกับเพื่อนบ้านเอาไว้ด้วยล่ะ”

“เออ โชคดี”

น้อยหน่าเก็บโทรศัพท์ที่ตัดสายไปแล้วโดยอัตโนมัติเข้ากระเป๋ากางเกงจากนั้นจึงเก็บสัญญาเข้าซองเอกสารและชนเอากระเป๋าใส่เสื้อผ้าใบใหญ่เดินเข้าบ้านชั้นเดียวซึ่งจะเป็นที่พักของเธอไปอีกอย่างน้อยหนึ่งปีเต็ม

*

วันต่อมาซึ่งเป็นวันเสาร์ น้อยหน้าจัดการเก็บข้าวของเครื่องใช้ที่บริษัทย้ายบ้านขนมาให้หนึ่งคันรถเล็กจนเรียบร้อยตั้งแต่ก่อนเที่ยง ถึงจะบอกว่าเก็บของแต่สิ่งที่เธอทำก็คือชี้บอกพนักงานว่าขนอะไรเอาไปไว้ตรงไหนและจัดของเล็กน้อยให้เข้าที่เพียงเท่านั้น เธออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดลำลองคือเสื้อยืดตัวใหญ่และกางเกงวอร์มอย่างที่ใส่เป็นประจำก่อนจะปิดบ้านและเดินไปยังร้านเกม VR ที่อยู่ห่างไปสามซอย

น้อยหน่าเป็นหญิงสาวหน้าตาธรรมดา เธอไม่มีลักษณะเด่นเป็นที่น่าสนใจแต่ก็ไม่มีจุดด้อยที่ชัดเจน เธอสูงร้อยหกสิบเซนติเมตรกว่า ๆ ขาวแต่ไม่ซีด ผิวเกลี้ยงเกลา รูปร่างกลาง ๆ ไม่อ้วนไม่ผอม ถ้าเป็นเวลาทำงานในโรงแรมเธอจะแต่งหน้าให้ดูมีสีสันมากขึ้นแต่นอกเวลางานเธอก็ไม่ต่างจากชาวบ้านทั่วไป ยิ่งสวมเสื้อยืดกางเกงวอร์มลากรองเท้าแตะด้วยแล้วเธอยิ่งดูบ้าน ๆ เข้าไปอีก

“สวัสดีค่ะ สนใจเล่นเกม VR ใช่มั้ยคะ ไม่เคยเห็นหน้าเลย เป็นสมาชิกร้านรึยังเอ่ย” พนักงานประจำร้านที่สวมเสื้อเกาะอกและกระโปรงสั้นไว้ดึงดูดลูกค้าหนุ่ม ๆ ยิ้มหวานฉ่ำพอ ๆ กับน้ำเสียงทันทีที่น้อยหน่าเปิดประตูเข้าไปในร้านเกม

“พอดีได้โค้ดสมัครเล่นเกมมาค่ะก็เลยว่าจะเล่นดู ต้องเสียค่าสมาชิกมั้ยคะ” น้อยหน่ามองดูรอบตัวด้วยความสนใจเพราะนี่เป็นการเข้าร้านเกม VR เป็นครั้งแรกของเธอ

ร้านเกมที่เป็นตึกห้าชั้นหน้ากว้างสี่คูหานี้ดูไม่เหมือนร้านเกมสมัยก่อน พื้นที่ด้านหน้าสำหรับต้อนรับลูกค้ามีเคาเตอร์สะอาดสะอ้านและเก้าอี้แถวตั้งเรียงกันเป็นระเบียบ ห้องซึ่งทาสีขาวและแสงไฟนีออนสว่างจ้าให้ความรู้สึกของความปลอดภัย ดอกไม้ในแจกันและชั้นวางหนังสือตั้งอยู่ที่มุมห้อง ป้ายบอกทางที่ติดไว้ให้เห็นได้ชัดเจน ด้วยสายตาของหัวหน้าฝ่ายจัดเลี้ยงประจำโรงแรมใหญ่ของน้อยหน่าเธอคิดว่าร้านเกมแห่งนี้ได้รับการออกแบบและจัดสร้างมาเป็นอย่างดี

“ไม่ทราบว่าคุณลูกค้ามีโค้ดของเกมอะไรคะ ดิฉันจะแนะนำให้นะคะ” พนักงานสาวอายุใกล้เคียงกับน้อยหน่าพูดขึ้นเมื่อเห็นน้อยหน่านิ่งไป

น้อยหน่ายิ้มเพราะเธอชอบที่อีกฝ่ายเลือกใช้คำว่า “คุณลูกค้า” แทนที่จะเรียกเธอเป็น “ลูกค้า” เหมือนอย่างที่พนักงานหลาย ๆ คนใช้ สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นนี้เองที่แยกธุรกิจบริการทั่วไปและกิจการชั้นดีออกจากกัน

“เดี๋ยวนะคะ ขอดูก่อน New Hope Online ค่ะ”

“นิวโฮป? คุณลูกค้าโชคดีมากเลยนะคะ ที่ร้านของเรามีเครื่องเล่นสำหรับเกมนี้โดยเฉพาะถึงห้าเครื่อง ตอนนี้มีคนจองเอาไว้ตลอดเวลาสี่เครื่อง เหลืออีกเครื่องให้คุณลูกค้าพอดีค่ะ” พนักงานสาวยิ้มให้น้อยหน่า

“เกมนี้ต้องใช้เครื่องเล่นเฉพาะเหรอคะ”

“ไม่ใช่ค่ะ เครื่องเล่น VR ทั่วไปก็ใช้เล่นเกมนี้ได้ แต่บริษัทนิวโฮปที่สร้างเกมนี้ออกแบบเครื่องเล่นเกมสำหรับเกมของตัวเองเป็นพิเศษ จะมีฟังก์ชันการใช้งานมากกว่าเกมทั่วไปค่ะ ดิฉันขอบัตรประชาชนด้วยนะคะ”

น้อยหน่าส่งบัตรประชาชนของตนให้พนักงานได้ใช้เป็นข้อมูลในการสมัครใช้งานเกม พนักงานของร้านเกมเสียบบัตรเข้ากับเครื่องอ่านข้อมูลซึ่งรัฐบาลเป็นผู้จัดสร้างเพื่อตรวจสอบข้อมูลและจัดการบรรจุน้อยหน่าเป็นสมาชิกของร้าน เหลือเพียงขั้นตอนสุดท้ายคือการตกลงยินยอมของน้อยหน่าเอง

เสียงเตือนจากแอพประชาชนในโทรศัพท์ของน้อยหน่าดังขึ้น เธอเปิดแอพเพื่อตรวจสอบสัญญาการสมัครเป็นสมาชิกร้านเกมและสมัครเล่นเกมอย่างละเอียดก่อนจะกดตกลง แอพประชาชนนี้เป็นแอพของรัฐบาลที่ทำหน้าที่จัดการธุรกรรมต่าง ๆ การรับเงินจ่ายเงินรวมไปถึงการทำสัญญาต่าง ๆ สามารถกระทำผ่านแอพประชาชนนี้ได้เลย บริการอย่างหนึ่งที่มีประโยชน์เป็นอย่างมากในยุคที่ต้องทำสัญญาข้อตกลงการใช้งานบริการแบบออนไลน์ก็คือการวิเคราะห์สัญญาด้วย AI อัจฉริยะซึ่งจะชี้ให้เห็นข้อตกลงที่น่าสงสัยทั้งหมดให้ประชาชนได้ตรวจสอบ

“เชิญกรอกคูปองได้เลยค่ะ” พนักงานสาวจัดการส่งลิงก์สมัครเข้าเล่นเกมไปให้น้อยหน่าผ่านแอพประชาชน

น้อยหน่าถ่ายรูปคูปองด้วยโทรศัพท์และส่งเข้าไปในฟอร์มของการสมัครเล่นเกม ระบบคอมพิวเตอร์จัดการกรอกข้อมูลในคูปองให้เธออย่างรวดเร็วและส่งข้อความยืนยันการสมัครเล่นเกมให้ในไม่กี่วินาทีต่อมา

“ดิฉันจะพาไปห้องส่วนตัวนะคะ อยู่ชั้นบนสุดค่ะ” พนักงานส่งบัตรประชาชนคืนให้น้อยหนาและเรียกพนักงานอีกคนมาดูเคาเตอร์หน้าร้าน ตัวเธอเดินนำน้อยหน่าไปยังลิฟต์ที่อยู่ด้านหลัง